Last updated: 3 ต.ค. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
การติดตั้งระบบกรองน้ำโรงงานไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า ซื้อเครื่อง RO รุ่นไหนดี? แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า น้ำต้นทางของโรงงานเป็นน้ำอะไร และต้องการนำน้ำที่ผ่านการกรองไปใช้อะไร?
เพราะโรงงานสองแห่งที่ต้องการน้ำวันละเท่ากัน อาจต้องใช้ระบบกรองที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากคุณภาพน้ำดิบและมาตรฐานน้ำปลายทางไม่เหมือนกัน
ระบบกรองน้ำอุตสาหกรรมสามารถนำไปใช้กับโรงงานหลายประเภท เช่น โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม โรงงานผลิตน้ำดื่ม โรงงานชุบโลหะ โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ โรงงานเครื่องสำอาง และกระบวนการผลิตที่ต้องควบคุมคุณภาพน้ำ
แหล่งน้ำต่างกัน ปัญหาที่ต้องจัดการก็แตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกเครื่องจากกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว
ค่าที่ต้องพิจารณาขึ้นอยู่กับลักษณะงาน เช่น TDS ความกระด้าง เหล็ก แมงกานีส ความขุ่น pH และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต
ผลตรวจน้ำจะช่วยให้ผู้ออกแบบตัดสินใจได้ว่า ก่อนเข้าสู่ RO จำเป็นต้องมี Pretreatment แบบใด
ทำหน้าที่เตรียมน้ำก่อนเข้าสู่กระบวนการกรองละเอียด เพื่อลดภาระและช่วยปกป้องอุปกรณ์ในขั้นตอนถัดไป
ใช้ในกรณีที่ต้องจัดการความกระด้างของน้ำตามความเหมาะสมของระบบ
Reverse Osmosis ใช้เมมเบรนในการแยกสารละลายและสิ่งปนเปื้อนบางส่วนออกจากน้ำ เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพน้ำมากขึ้น
สำหรับงานที่ต้องการน้ำที่มีไอออนต่ำมาก อาจมีระบบ DI ต่อจากกระบวนการเตรียมน้ำหรือ RO ตามมาตรฐานที่ต้องการ
อ่านเพิ่มเติม: คู่มือวางระบบน้ำโรงงานแบบครบวงจร
อย่าเลือกจากคำว่า โรงงานเล็ก หรือ โรงงานใหญ่ แต่ควรคำนวณจากปริมาณน้ำที่ต้องการจริง เช่น ลิตรต่อชั่วโมง ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ชั่วโมงการทำงาน และ Peak Demand
อ่านต่อ: เครื่องกรองน้ำ RO อุตสาหกรรม ราคาเท่าไหร่?
น้ำบาดาลอาจมีคุณสมบัติแตกต่างกันตามพื้นที่ จึงควรตรวจน้ำก่อนเลือกถังกรอง สารกรอง Softener หรือ RO
ระบบกรองน้ำบาดาลสำหรับโรงงาน แก้น้ำเหลือง สนิม และความกระด้างอย่างไร?
ไม่มีราคาเดียวสำหรับทุกโรงงาน เพราะต้นทุนขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำต้นทาง กำลังผลิต คุณภาพน้ำที่ต้องการ ระบบ Pretreatment ปั๊ม ถังกรอง เมมเบรน ระบบควบคุม และหน้างานติดตั้ง
ดังนั้นวิธีประเมินราคาที่แม่นกว่าคือแจ้งข้อมูลอย่างน้อย 3 อย่าง:
ส่งข้อมูลน้ำต้นทาง ปริมาณน้ำที่ต้องการใช้ต่อวัน และลักษณะการใช้งานให้ทีม Green Flow Water เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินระบบเบื้องต้น
โทร: 082-082-9082
LINE: @watersystems
ควรมีข้อมูลคุณภาพน้ำต้นทาง เพราะช่วยในการเลือกระบบ Pretreatment และกระบวนการกรองให้เหมาะกับน้ำและวัตถุประสงค์การใช้งาน
RO และ DI เป็นคนละกระบวนการและสามารถใช้ร่วมกันได้ การเลือกขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำที่ต้องการหลังการกรอง
อย่างน้อยควรแจ้งแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำที่ต้องการ และวัตถุประสงค์ของน้ำหลังการกรอง หากมีผลตรวจน้ำควรส่งประกอบการประเมินด้วย