5 สัญญาณเตือนที่ต้องเปลี่ยนสารกรองน้ำอุตสาหกรรม | Green Flow Water

Last updated: 9 ก.พ. 2569  |  58 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กรองน้ำอุตสาหกรรม

5 สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่โรงงานของคุณต้องเปลี่ยน "ถังกรองอุตสาหกรรม" และ "สารกรองน้ำ"
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม "ระบบกรองน้ำ" คือหัวใจสำคัญที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่หลายครั้งเรามักจะละเลยการบำรุงรักษาจนเกิดความเสียหายต่อไลน์ผลิต การสังเกตสัญญาณเตือนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณและลดความเสี่ยงที่เครื่องจักรจะหยุดทำงาน (Downtime)

วันนี้ Green Flow Water สรุป 5 สัญญาณอันตรายที่บอกว่าถึงเวลาต้องตรวจเช็คถังกรองและผลัดเปลี่ยนสารกรองแล้วครับ

1. เกิดปัญหาแรงดันตก (Pressure Drop) อย่างผิดปกติ
หากคุณสังเกตเห็นว่าเกจวัดแรงดัน (Pressure Gauge) ด้านน้ำเข้าและน้ำออกมีความต่างกันมากเกินไป (Differential Pressure) นั่นคือสัญญาณว่าสารกรองภายในเริ่ม "อุดตัน" หรือ "จับตัวเป็นก้อน" จนน้ำไม่สามารถไหลผ่านได้ตามปกติ

ผลเสีย: ทำให้ปั๊มน้ำต้องทำงานหนักขึ้น กินไฟมากขึ้น และแผ่นเมมเบรน RO (ถ้ามี) อาจเสียหายได้
2. คุณภาพน้ำไม่คงที่ หรือ "น้ำขุ่น" กว่าเดิม
เมื่อสารกรองหมดสภาพ หรือเกิดปรากฏการณ์ "Channeling" (น้ำไหลผ่านช่องว่างที่สารกรองแตกตัว) สารกรองจะไม่สามารถดักจับตะกอนได้อีกต่อไป

จุดสังเกต: ค่าความขุ่น (Turbidity) สูงขึ้น หรือมีเศษตะกอนหลุดรอดเข้าไปในระบบน้ำดี
3. มีกลิ่นคลอรีนเล็ดลอด (Chlorine Breakthrough)
สำหรับถังกรองคาร์บอน (Activated Carbon Filter) หน้าที่หลักคือการดูดซับกลิ่นและคลอรีน หากน้ำที่ผ่านการกรองแล้วยังมีกลิ่นคลอรีน แสดงว่าสารกรองคาร์บอน "อิ่มตัว" แล้ว

คำเตือน: คลอรีนที่หลุดรอดไปจะเข้าไปทำลายเมมเบรน RO และเรซิ่นอย่างรุนแรง ทำให้ระบบพังเร็วขึ้นเท่าตัว!
4. ค่าความแข็งของน้ำ (Hardness) สูงขึ้น
ในระบบถังกรองเรซิ่น (Softener) หากน้ำที่ผ่านออกมาเริ่มมีหินปูน (วัดค่า Hardness แล้วไม่เป็นศูนย์) แม้จะทำการล้างด้วยน้ำเกลือ (Regeneration) แล้วก็ตาม

สาเหตุ: เม็ดเรซิ่นอาจเสื่อมสภาพจากการใช้งานมานาน หรือถูกเคลือบด้วยสนิมเหล็กจนไม่สามารถแลกเปลี่ยนไอออนได้
5. อัตราการไหลของน้ำ (Flow Rate) ลดลงอย่างมาก
เมื่อสารกรองเสื่อมสภาพจนกลายเป็นเลนหรือละเอียดเกินไป จะทำให้ปริมาณน้ำที่ผลิตได้ต่อชั่วโมงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำสำรองในกระบวนการผลิต


ตารางสรุป: ระยะเวลามาตรฐานในการเปลี่ยนสารกรอง (โดยประมาณ)
เพื่อให้การวางแผนงบประมาณ (Maintenance Budget) เป็นไปอย่างแม่นยำ วิศวกรควรพิจารณารอบการเปลี่ยนดังนี้:

ประเภทสารกรอง
หน้าที่หลัก
ระยะเวลาเปลี่ยน (ปี)
สัญญาณที่ต้องเปลี่ยนทันที
Sand & Anthracite
กรองตะกอนความขุ่น
1 - 2 ปี
น้ำขุ่น, แรงดันตกมาก
Activated Carbon
ดูดซับกลิ่น, คลอรีน
0.5 - 1 ปี
ได้กลิ่นคลอรีน, สีน้ำเปลี่ยน
Cation Resin
กำจัดหินปูน (ทำน้ำนุ่ม)
1 - 2 ปี
ค่าน้ำแข็ง (Hardness) เกินมาตรฐาน
Manganese
กำจัดสนิมเหล็ก
1 - 2 ปี
น้ำมีคราบสีสนิม, มีกลิ่นโลหะ
หมายเหตุ: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำดิบและปริมาณการใช้งานจริงของแต่ละโรงงาน

บริการจาก Green Flow Water: เปลี่ยนสารกรองโดยมืออาชีพ
การเปลี่ยนสารกรองอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่การเทสารเก่าออกแล้วใส่สารใหม่ แต่ต้องมีการ "ตรวจเช็คอุปกรณ์ภายในถัง" เช่น Nozzle หรือ Strainer ว่าชำรุดหรือไม่ รวมถึงการคำนวณสัดส่วนสารกรองให้เหมาะสมกับแรงดันปั๊ม

ทำไมต้องเลือกเรา?

บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำหน้างานฟรี
มีสารกรองทุกประเภทพร้อมส่ง (Food Grade & Industrial Grade)
ทีมช่างชำนาญการที่มีประสบการณ์งานติดตั้งโรงงานโดยตรง
บริการหลังการขายและตารางแจ้งเตือนรอบการบำรุงรักษา
ติดต่อทีมเซอร์วิส Green Flow Water:

โทร: 02-8110578, 082-082-9082
Line: @watersystems

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
Q: ถ้าไม่เปลี่ยนสารกรองตามกำหนดจะเป็นอะไรไหม?

A: สารกรองที่หมดสภาพจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และทำให้ระบบส่วนอื่นๆ เช่น เครื่อง RO หรือเครื่องจักรในไลน์ผลิตเสียหาย ซึ่งค่าซ่อมสูงกว่าค่าสารกรองหลายเท่าครับ

Q: สารกรองเรซิ่นล้างด้วยน้ำเกลือได้ตลอดไปไหม?

A: ไม่ครับ เม็ดเรซิ่นมีอายุขัยในการแลกเปลี่ยนไอออน (Cycles) โดยทั่วไปหลังจาก 1-2 ปี โครงสร้างจะเริ่มเปราะแตกและประสิทธิภาพจะลดลงจนต้องเปลี่ยนใหม่

Q: เราสามารถเปลี่ยนสารกรองเองได้หรือไม่?

A: สามารถทำได้หากมีเครื่องมือและทักษะช่าง แต่สำหรับถังขนาดใหญ่ แนะนำให้ใช้ผู้เชี่ยวชาญเพราะต้องมีการตรวจสอบ Nozzle ภายในและการล้าง Backwash เพื่อไล่ฝุ่นสารกรองอย่างถูกวิธี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้