น้ำ RO vs น้ำ DI ต่างกันอย่างไร? เทคนิคเลือกเครื่องทำน้ำบริสุทธิ์ให้ลดต้นทุน

Last updated: 6 ม.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำ RO vs น้ำ DI ต่างกันอย่างไร

น้ำ RO vs น้ำ DI ต่างกันอย่างไร? เลือกระบบไหนให้เหมาะกับไลน์การผลิตและลดต้นทุนระยะยาว
ในวงการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ชุบโลหะ, และเภสัชกรรม คำถามโลกแตกที่ฝ่ายจัดซื้อและวิศวกรมักถกเถียงกันคือ "สรุปแล้วเราต้องใช้ระบบน้ำ RO หรือ น้ำ DI กันแน่?"

มองด้วยตาเปล่า น้ำทั้งสองชนิดใสสะอาดเหมือนกัน แต่ในระดับโมเลกุล คุณสมบัติทางเคมี "ต่างกันโดยสิ้นเชิง" ครับ การเลือกผิดไม่ได้หมายถึงแค่คุณภาพสินค้าตกสเปค แต่อาจหมายถึง "ต้นทุนการผลิตที่บานปลาย" โดยไม่จำเป็น

บทความนี้ ผมจะพาไปชำแหละความต่างระหว่าง น้ำ RO vs DI และเผยเคล็ดลับการออกแบบระบบที่ช่วยให้คุณได้น้ำบริสุทธิ์สูงสุด ในต้นทุนการดูแลรักษาที่ต่ำที่สุดครับ



ทำความรู้จัก "น้ำ RO" (Reverse Osmosis) : นักกรองผู้บ้าพลัง

ระบบ RO หรือ Reverse Osmosis คือกระบวนการอัดน้ำผ่านเยื่อเมมเบรนที่มีความละเอียดสูงถึง 0.0001 ไมครอน ลองจินตนาการว่าเป็น "ตะแกรงร่อนที่ตาถี่ที่สุดในโลก" ครับ

หลักการ: กรองสิ่งปนเปื้อนทางกายภาพ เชื้อโรค ไวรัส และสารละลายรวม (TDS) ได้ประมาณ 95-99%
ค่าความบริสุทธิ์: วัดค่าความนำไฟฟ้า (Conductivity) มักจะอยู่ที่ 5-20 µS/cm (ไมโครซีเมนต์)
เหมาะกับ: โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม, น้ำป้อน Boiler, ระบบหล่อเย็น (Cooling Tower), และการล้างชิ้นงานทั่วไป
จุดเด่น: สามารถผลิตน้ำสะอาดต่อเนื่องได้ปริมาณมาก ในต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำ

ทำความรู้จัก "น้ำ DI" (Deionization) : นักเคมีผู้ละเอียดอ่อน
ระบบน้ำ DI หรือ Deionization (บางครั้งเรียก Demineralized Water) ไม่ได้ใช้การ "กรอง" แต่ใช้การ "แลกเปลี่ยนประจุ" โดยใช้เม็ดสารกรองเรซิ่น (Ion Exchange Resin)

หลักการ: เรซิ่นจะทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็ก ดูดเอาประจุบวก (Cation) และประจุลบ (Anion) ที่เหลืออยู่ในน้ำออกจนเกลี้ยง
ค่าความบริสุทธิ์: สูงมากจนแทบไม่มีประจุไฟฟ้าหลงเหลือ วัดค่าความต้านทาน (Resistivity) ได้สูงถึง 18 MΩ·cm (เมกะโอห์ม) ซึ่งถือเป็น เครื่องทำน้ำบริสุทธิ์ (Ultra-pure Water)
เหมาะกับ: อุตสาหกรรมผลิตชิปคอมพิวเตอร์ (Semiconductor), เภสัชกรรม (ยาฉีด/ยาหยอดตา), ชุบโลหะเกรดสูง, ห้องแล็บวิเคราะห์
จุดเด่น: ได้น้ำที่บริสุทธิ์ระดับสูงสุด ที่ระบบ RO ธรรมดาทำไม่ได้

เทียบชัดๆ RO vs DI เลือกแบบไหนดี?
เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ผมสรุปข้อแตกต่างสำคัญไว้ดังนี้ครับ:

หัวข้อเปรียบเทียบ
น้ำ RO (Reverse Osmosis)
น้ำ DI (Deionization)
สิ่งที่กำจัด
เชื้อโรค, ตะกอน, สารละลาย 95-99%
ประจุไฟฟ้าและแร่ธาตุที่เหลือ 99.99%
ความบริสุทธิ์
สะอาดมาก (Food Grade)
บริสุทธิ์ขั้นสุด (Lab/Electronic Grade)
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น (CAPEX)
สูง (ค่าเครื่องและปั๊ม)
ต่ำกว่า (ถังกรองไฟเบอร์)
ค่าใช้จ่ายดูแลรักษา (OPEX)
ต่ำ (เปลี่ยนเมมเบรนทุก 1-2 ปี)
สูงมาก (ต้องล้างเรซิ่นด้วยสารเคมีบ่อย)
ข้อควรระวัง: หลายคนเห็นว่าเครื่อง DI ราคาถูกกว่า เลยซื้อมาใช้กับน้ำประปาโดยตรง ผลปรากฏว่า "เรซิ่นเสื่อมสภาพไวมาก" ต้องล้างฟื้นฟู (Regeneration) ทุกวัน ทำให้เปลืองกรด-ด่าง และเสียเวลาเดินระบบ

กลยุทธ์ลดต้นทุน: "ระบบ Hybrid" (RO + DI) คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุด
หากไลน์การผลิตของคุณต้องการน้ำคุณภาพสูง (High Purity) เช่น โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ การเลือกใช้ระบบใดระบบหนึ่งเดี่ยวๆ คือความผิดพลาดครับ

สูตรสำเร็จที่วิศวกรมืออาชีพแนะนำคือ: RO เป็นด่านหน้า + DI เป็นกองหลัง

ใช้ระบบ RO ก่อน: เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกส่วนใหญ่ (95-99%) ออกไปก่อน ซึ่งต้นทุนการเดินเครื่อง RO ถูกกว่ามาก
ส่งน้ำ RO เข้าสู่ระบบ DI: เมื่อน้ำที่เข้าสู่ถัง DI สะอาดระดับหนึ่งแล้ว สารกรองเรซิ่นจะมีหน้าที่แค่ "เก็บตก" ประจุที่เหลืออีก 1-5% เท่านั้น
ผลลัพธ์ที่ได้:

คุณจะได้น้ำบริสุทธิ์ระดับ 18 เมกะโอห์ม (Ultra-pure)
ยืดอายุเรซิ่น DI: จากที่ต้องล้างทุกสัปดาห์ อาจกลายเป็นล้างทุก 3-6 เดือน!
ลดต้นทุนสารเคมี: ประหยัดค่ากรด-ด่างในการฟื้นฟูเรซิ่นได้มหาศาล
นี่คือเคล็ดลับที่โรงงานใหญ่ๆ ใช้ในการบริหารจัดการต้นทุนน้ำครับ การลงทุนติดตั้งทั้งสองระบบ (Double System) อาจดูแพงในตอนแรก แต่จุดคุ้มทุน (Break-even point) จะคืนกลับมาอย่างรวดเร็วจากค่าดูแลรักษาที่ลดฮวบ

สรุป: เลือกให้ถูกงาน ประหยัดงบนานปี
ถ้างานของคุณคือ ล้างชิ้นงานทั่วไป, ผสมสี, หรือ Boiler: เลือก เครื่องกรองน้ำ RO อุตสาหกรรม ก็เพียงพอและคุ้มค่าครับ
ถ้างานของคุณคือ แผงวงจร, เคลือบผิวความละเอียดสูง, ยา: คุณจำเป็นต้องใช้ ระบบน้ำ DI
แต่ถ้าจะให้ฉลาดที่สุด: ใช้ RO ตามด้วย DI เพื่อให้ได้น้ำคุณภาพสูงสุด ในต้นทุนต่อลิตรที่ต่ำที่สุด
ยังไม่แน่ใจว่าไลน์ผลิตของคุณต้องใช้น้ำเกรดไหน? หรือต้องการคำนวณความคุ้มค่า (ROI) เพื่อเสนอผู้บริหารในการเปลี่ยนระบบ?

เรายินดีให้คำปรึกษาและออกแบบระบบเปรียบเทียบราคาให้คุณเห็นภาพชัดเจนครับ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ RO และ DI
1. น้ำ DI สามารถดื่มได้หรือไม่?

ในทางทฤษฎีคือดื่มได้และสะอาดมาก แต่ "ไม่แนะนำ" ให้ดื่มเป็นประจำครับ เพราะน้ำ DI ไม่มีแร่ธาตุหลงเหลือเลย การดื่มเข้าไปอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลเกลือแร่ และรสชาติจะจืดสนิทจนรู้สึกแปลกๆ (Flat taste)

2. ถ้าต้องการน้ำบริสุทธิ์มาก ควรใช้ระบบ Mixed Bed หรือ EDI?

หากต้องการความเสถียรและไม่อยากยุ่งยากกับการใช้สารเคมีล้างเรซิ่น แนะนำระบบ EDI (Electrodeionization) ครับ เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ไฟฟ้าในการฟื้นฟูเรซิ่นแทนสารเคมี เหมาะกับโรงงานยาและอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ แม้ค่าเครื่องจะแพงกว่า Mixed Bed แต่คุ้มค่าในระยะยาวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

3. วัดค่าความบริสุทธิ์ของน้ำ DI อย่างไร?

เราจะไม่ใช้ค่า TDS (Total Dissolved Solids) แบบน้ำทั่วไป แต่จะวัดค่า Resistivity (ความต้านทานไฟฟ้า) หน่วยเป็น MΩ·cm (เมกะโอห์ม) ยิ่งค่าสูง แสดงว่าน้ำยิ่งบริสุทธิ์ (นำไฟฟ้ายาก) โดยน้ำ DI เกรดสูงสุดจะอยู่ที่ 18.2 MΩ·cm ครับ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้